วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ห่วงยางแฟนซี ความน่ารักที่มาพร้อมรูปสวยๆ





 ท่านข้าหลวงเตรียมตัวด้วยความทะมัดทะแมง เมื่อเรือลำนั้นแล่นเข้ามาจอดเทียบท่านข้าหลวงก็ก้าวลงไป คนในเรือจะส่งร่มให้ ท่านรีบปฏิเสธ “ไม่ต้อง” พร้อมกับผลักหัวเรือออกไปเรือลำนั้นห่างออกไปและไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่มีใครเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนอกจากท่านข้าหลวงที่อยู่ในเรือลำนั้นท่ามกลางความมีดและฝนที่ตกพรำ ๆ อยู่ตลอดเวลาเต็มไปด้วยการรอคอยจนรู้สึกว่านานเหลือเกิน ครั้นแล้ว เงาของเรือและแสงไฟที่สว่าง  วาบๆ ทำให้ทุกคนจ้องจับตาด้วยความโล่งอกแม้จะยังไม่รู้ว่า เจ้าเลาะมาด้วยหรือเปล่า จนกระทั่งเรือลำนั้นเข้ามาจอดเทียบ คนในเรือส่งอาวุธปีนสองกระบอกขึ้นมา เจ้าเลาะก้าวขึ้นมา ตามด้วยท่านข้าหลวง“เตรียมตัวออกเรือได้เลย” ท่านทั่ง จากนั้นไม่นานเรือก็ทยอยออกจากที่จอดด้วยความเร็วซึ่งผมคิดเอาเองว่าคงเร็วกว่าขามา ห่วงยางแฟนซีราคาถูก  เมื่อเลาะลงมาชั้นล่างแล้ว ผมได้ขอให้ตำรวจคนหนึ่งที่สามารถแปลความที่ผมจะคุยกับเลาะตรงนั้นคือจุดเริ่มต้นที,ท่าให้ผมได้รับรู้ถึงเรื่องราวในอดีตและการรวมตัวของเลาะและพรรคพวกพร้อมทั่งดำเนินการปล้นเรือหาปลาหรือเรือสินค้าที่ใช้ทะเลสาบเป็นที่สัญจรผมใช้เวลาคุยประมาณหนึ่งชั่วโมงจึงยุติ เพราะเห็นว่าควรให้เลาะได้พักผ่อนท่านข้าหลวงลงมาอาบน้ำเพราะฝนที่ตกพรำเสร็จแล้ว ผมจึงถือโอกาสถามถึงตอนที่เลาะเข้ามามอบตัว“เอาตั้งแต่ตอนที่เรือไปที่เกาะ (นางคำ) ญาติของเลาะเป็นคนเดินนำหน้าผมไป” ท่านข้าหลวงมีท่าทีสบายใจจนเห็นได้ซัด “ฝนก็ยังตกพรำๆ มืดก็มีด แต่มีไฟจากคนที่เดินนำทางไม่ไกลนัก ญาติของเลาะก็ให้ผมหยุดรอเหมือนเขาจะเดินไปคนเดียว แต่ผมก็เห็นว่ามีคนเดินตรงมามีปีนสะพายอยู่สองไหล่ แทบไม่ต้องบอกว่าอะไรเลาะเดินเข้ามาตรงหน้าผม ปลดปีนจากไหล,ลงมาทีละข้างส่งให้ผมรับมาแล้วส่งให้คนที่พามานั่นแหละ เพราะเราไม่มีใครติดตามไปด้วยผมจึงบอกกับเลาะว่า ไปที่เรือกันดีกว่า เดี๋ยวฝนอาจจะตกมากก็ได้คนที่นำทางเดินถือปีนกลับมาที่เรือ เราไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนลงเรือแล้วก็มาส่งที่เรือนี่แหละ”ฟังดูช่างเป็นเรื่องง่ายเอาเสียจริงๆ ผมไม่จำเป็นต้องซักอะไรเพิ่มเติมเพราะได้รับรู้ก่อนแล้วว่า ท่านข้าหลวงวางแผนแต่ละคนแต่ละอย่างในลักษณะใดโจรสลัดที่สร้างความปันปวนจนท้องนั้าที่สงบนั้นกลายเป็นความร้อน  ห่วงยางแฟนซีขนาดใหญ่ เป็นความวุ่นวายของชาวทะเลสาบที่เคยทำมาหากินมาอย่างสงบไม่เป็นอันจะได้ทำกินเพราะไม่รู้ว่าจะเจอ “โจรสลัด” เข้าเมื่อใด ตอนไหนท่านข้าหลวงตั้งความหวังว่า เมื่อไม่มี “โจรสลัด” แล้ว ความปกติสุขย่อมบังเกิดขึ้น การทำมาหากินโดยสุจริตย่อมดำเนินไปอย่างราบรื่นอย่างที่เคยเป็นมาเก่าก่อนวิถีทางของคนเรานับเป็นเรื่องที่คาดคิดไม่ได้ ต้องอาศัยความเข้าใจเป็นประการสำคัญ เฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งยังต้องอาศัยวิลัยทัศน์และความรอบคอบ รอบรู้จึงจะนำไปสู่การลุล่วงในกิจอันสำคัญผมถือว่า ภารกิจของข้าหลวงพ่วง สุวรรณรัฐ ที่สามารถทำให้กระแสปันป่วนในท้องนํ้าแห่งทะเลสาบกลับคืนมาสู่ความสงบและความสุขของผู้คนทั้งหลายมาจากความเข้าใจและปฏิบัติได้จริง



แพยางเป่าลม โดยวิสัยทัศน์แห่งนักปกครองผีเมือเยี่ยมยุทธ์เรือยนต์นำคณะข้าหลวงมาถึงท่าประมาณเจ็ดโมงเศษๆ อากาศในยามเช้าดูสดใสโปร่ง พลาสติก แม้ว่าที่บริเวณสนามหญ้าหน้าจวนข้าหลวงจะคลาคลาไปด้วยพวกพ้องน้องพี่ของเจ้าเลาะที่ติดตามมาดูด้วยความห่วงใย“คุณหญิง” ประสานสุวรรณภริยาท่านข้าหลวงลงมาดูแลเต็มตัวการแสดงออกเช่นนี้ย่อมนำไปสู่ความเชื่อถือและนำไปสู่ความเข้าใจที่ดีด้วยเจ้าเลาะแวะทักทายญาติมิตรด้วยสีหน้าแจ่มใส เมื่อท่านข้าหลวงเดินผ่านผู้คนทั้งหมดบริเวณนั้นต่างยกมือไหว้กันถ้วนหน้า ผมยืนดูอยู่ชั่วขณะ และก่อนที่ท่านข้าหลวงจะเดินเข้าไปในจวนผมถือโอกาสลาท่านกลับที่ฟัก“ว่างๆ แล้วแวะมาคุยกันก็ได้นะ” นั้นคือคำส่งท้ายของท่านข้าหลวง  พ่วง ผมกลับมาอาบนํ้าแล้วนอนพัก หลับไปตื่นขึ้นมาพอดีเที่ยงหาอาหารมารับประทานแล้วถาม1ไถ่ถึงเทียวการเดินรถไพ่เพือเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยรถด่วนนี่ถ้าเป็นสมัยนี้ง่ายนิดเดียวนั่งเครื่องบินเข้ากรุงในตอนบ่ายได้เลยก่อนผมจะกลับได้ถือโอกาสแวะไปลาท่านข้าหลวงอีกครั้ง สีหน้าที่เบื้เอนยิ้มตลอดเวลาที่พูดคุยกันทำให้ผมจดจำสีหน้าและท่าทางของท่านมาจนแม้ปัจจุบันซึ่งท่านได้ลาโลกไปแล้วเดลิเมล์เบื้องหลังข่าว นำเอาการไปลอยเรือรับตัวเจ้าเลาะในทะเลสาบสงขลาเป็นเรื่องนำฉบับทั้งเนื้อหาและภาพประกอบการมอบตัวผู้ต้องหาทั้งสี,คน ภาพอาจจะไม,สมบูรณ์เท่าที่ควรเพราะมีแต่เจ้าเลาะ อีกสามคนนั่นไม่สามารถมีภาพประกอบได้ แต่ภาพเรือ ภาพทะเลสาบและท่านั่งขัดสมาธิตำน้ำพริกของท่านข้าหลวงบอกได้ถึงการนำเอาเหตุการณ์ใกล้ชิดมาเสนอต่อผู้อ่านผมจำไม่ได้ว่าได้เขียนเรื่องยาวติดต่อกันกี่ฉบับเมื่อกล้บมาถีงกรุงเทพฯ และทำงานส่งแล้ว ผมก็ได้รับรู้ว่านายแสงเหตระกูล จะให้ “เรา” สองคนทำ “เดลิเมล์” รายปักษ์ เพิ่มอีกหนึ่งฉบับโดยจ้างโรงพิมพ์แห่งหนึ่งใกล้สี่แยกแม้นศรี (สะพานดำ) ซึ่งต่อมาผมได้ทราบว่าเป็นโรงพิมพ์ของ “ครูเจริญ ไชยชนะ” (ถ้าจำนามสกุลไม่ผิด)คุณสนิทเป็นผู้กำหนดเนื้อหา ในฉบับจะเสนอสารคดี นวนิยายยาวและเรื่องลัน คอลัมน์ประจำ หน้าปกคงหนีไม่พ้นสาวๆ ในแวดวงไฮโชคุณสนิทไปดึงเอาพี่โชติ มณีน้อย มาช่วยอีกแรงหนึ่ง*ฉบับปฐมฤกษ์บันกำหนดเป็นกรกฎาคม มีเนือหาพิเศษเชิงสารคดีที่ผมจำได้แม่นยำคือการสัมภาษณ์คุณการุณ เก่งระดมยิง และภริยาถึงชีวิตการครองคู่ ผมไปกับราเชนทร์ วัฒนปรืชากุล ซึ่งถือว่าเป็นงานพิเศษ(ต่างกับพิ่โชติที่กินเงินเดือน)Vคนทั้งสองมีสิ่งที่ไม่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ คนหนึ่งจะไม่กินปลาทะเล อีกคนก็จะไม่กินปลานํ้าจืด (ผมจำไม่ได้ว่าใครคนไหนที่กินและไม่กิน)



 แต่เมื่อมามีชีวิตคู่ร่วมกัน ต่างก็ปรับตัวเข้าหากันจนปัจจุบัน (ในช่วงเวลาที่สัมภาษณ์ทั้งสองท่าน) อะไรที่ไม่เคยกินก็กินได้แล้ว ส่วนเรองอื่นๆที่ทั้งสองท่านเปิดเผยก็เป็นเนื้อหาของชีวิตและการดำเนินต่อไปเนื้อหาลักษณะนื้ถือเป็นเรื่องนำฉบับอันเป็นภาระของผมกับคุณราเซนทร์เดลิเมล์รายปักษ์มีคอลัมน์ประจำหลายคอลัมน์ แต่มือยู่คอลัมน์หนึ่งผมจำเนื้อหาไม,ได้ แต่จำนามปากกาที่ใช้ได้เพราะเป็นชื่อสะดุดหูคือ“รรรเรียง” จะเห็นว่าเจ้าของนามปากกาจงใจที่จะใช้ตัวอักษร ร.เรือ เป็นสำคัญ
คนในเรือมองไปที่จุดเดียวกัน ที่นั่นคือเรือยนต์ลำหนึ่งแล่นเข้าไปจอดซึ่งห่างจากเรือลำนี้มาก แต่ท่านข้าหลวงบอกว่า“นั่นน่ะเรือของตำรวจกองปราบฯ มาแบบนี้ทำให้แผนการของเราเสียหมดแล้ว” ท่านข้าหลวงถอนใจ“นี่ถ้าเจ้าเลาะมันรู้ มันต้องคิดว่าเราจะตลบหลังอะไรหรอเปล่า”แล้ววันนั้นจนคาก็ไม่ผีวี่แววการติดต่อจากคนของเจ้าเลาะ Thermoplastic




“เราคงต้องเสียเวลาลอยลำอยู่อย่างนี้ไปก่อน ผมยังไม่อยากให้ใครขึ้นไปที่เกาะนางคำจนกว่าผมจะลัง” ท่านข้าหลวงบอกคืนวันนั้นผ่านไปอย่างสงบเงียบ แต่มีฝนโปรยลงมาเป็นละอองไม่มีพายุหรือลมแรงแต่อย่างใด ผมคงนอนของผมที่เดิมเพราะถือว่าน่าจะชินแล้ว และนอนหลับด้วยสมัยนั้นไม่มีวิทยุติดต่อกันแต่อย่างใดแม้ในล่วนราชการสำคัญการทำงานตรงนี้คือรอ รอการติดต่อจากคนของเจ้าเลาะซึ่งอยู่บนเกาะนางคำนั่นเองจนรุ่งขึ้นตอนบ่าย มีเรือลำหนึ่งแล่นเข้ามาที่เรือของเรา มีคนนั่งมาด้วยหนึ่งคน คนนั้นเข้าไปพบท่านข้าหลวงชั่วขณะหนึ่งจึงลากลับ ลงเรือแล่นห่างออกไป เสียงข้าหลวงบอกก่อนเรือลำนั้นจะออกไปว่า“บอกเขาว่าไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น พร้อมเมื่อไหร่ก็นัดมา เราจะรอ”ผ่านไปอีกหนึ่งคืน และอีกหนึ่งคืน เป็นคืนที่สามแล้ว  ห่วงยางชายหาด เสบียงในเรือเริ่มร่อยหรอแล้ว ท่านข้าหลวงลงมือทำเครื่องแกงล้มเอง นั่งขัดสมาธิโขลกน้ำพริกแกง ลูกเรือเตรียมผัก-ปลาและเครื่องปรุงให้พร้อมมื้อเย็นวันนั้นกินข้าวกับแกงล้มด้วยความเอร็ดอร่อยจริงๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเรือของตำรวจกองปราบฯ ที่จอดอยู่ไกลออกไปนันได้ออกเดินทางกลับแล้วทำให้ท่านข้าหลวงปลอดโปร่งใจขึ้นก็ได้แล้วคืนที่สี่ก็ผ่านไปตกบ่ายของวันถัดมา เรือจากฝังคือเกาะนางคำก็แล่นมาทีเรือท่านข้าหลวงอีกแล้วเข้าไปพบถันเมื่ออาคันตุกะกลับไปแล้ว ท่านข้าหลวงจึงหันมาบอกถับทุกคนว่าเจ้าเลาะจะให้คนมารับเราไปพบแล้วรับเขามาลงเรือในวันพรุ่งนี้ “ผมจะขึ้นไปเองคนเดียวโดยไม่มีอาวุธ” ท่านข้าหลวงบอกอย่างนั้นมีนายตำรวจคนหนึ่งบอกว่า น่าจะมีอาวุธติดไปอย่างน้อยปีนพกลักกระบอก“เขายอมมอบตัวกับเราก็เพราะเขามีความเชื่อในตัวเรา ผมจึงต้องแสดงความจริงใจกับเขา อย่างน้อยเขาก็จะสบายใจ” ท่านข้าหลวงบอกอย่างนั้นผมคงนอนหลับสบายอย่างเคย มีอาหารกินอิ่ม ท่านข้าหลวงมักจะบอกให้ “ลูกเรือกิตติมคักดี"” ว่า จะทำอะไรกินเฉพาะอย่างยิ่งในมื้อเย็นที่จริงมื้อเช้านั้นมันคือข้าวต้มกับ มีผักกระป๋อง มีไข่เค็ม มีผักผัดนั้ามัน (นั้ามันหอยในเวลานั้นยังไม่เกิด) แต่ก็อร่อยกินได้กินดี ยิ่งมื้อเย็นด้วยแล้วถือว่าเจริญอาหารทีเดียวมื้อเย็นนี้จะกินก่อนพลบคา เก็บล้างในเวลาที่ยังไม่มืดคํ่า พอมืดก็อาบนํ้าอาบท่ากันแล้วจึงเข้านอนพรุ่งนี้แล้วที่จะมีการรับตัวเจ้าเลาะ โจรสลัดคนที่สี่ฃองทะเลสาบสงขลาอากาศในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นค่อนข้างฃมุกฃมัว ทำท่าเหมือนจะมีฝนเดชะบุญในช่วงที่ทำกับข้าวกันนั้นไม่มีฝน ตอนกลางวันมีฝนปรอยๆ แล้วก็หยุด ครวันนี้ท่านข้าหลวงจะบุกเข้ารังโจรตามลำพัง คงไม่ยอมให้ผมตามไปด้วยแต่ถึงตามไปการที่จะถ่ายภาพในเวลากลางคืนโดยใช้แฟลชนั้นน่าจะไม่ปลอดภัย เจ้าเลาะอาจไม่คุ้นกับไฟแฟลซ กดซ้ตเตอร์แล้วกว่าจะรู้ ว่าอะไรเป็นอะไรก็อาจจะเกิดปัญหาก็ได้ ผมจึงไม่แสดงความจำนงแต่อย่างใดถ้าเป็นกลางวันก็น่าจะทำอะไรได้ตั้งเยอะบนเกาะนางคำซึ่งปัจจุบันได้เป็นสถานที่ที่เจริญแล้วเมื่อมีสะพานเชื่อม แถมยังมี “ผ้าทอเกาะนางคำ” มีชื่อเสียงโอท็อปด้วยซํ้าไปอาหารมื้อเย็นผ่านไป จนกระทั่งความมืดแผ่กระจายไปทั่วท้องนํ้า ฝนเริ่มโปรยลงมาหนักบ้างเบาบ้าง  แพยางหงส์ ท่านข้าหลวงนอนพักอย่างสบายๆดูเหมือนท่านจะไม่ค่อยกังวลใจเท่าไหร่ อาจเป็นได้ว่าท่านผ่านงานปราบปรามมาแล้วมากมาย “สี่โจรสลัด” นี้ อย่างน้อยที่สุดการเข้ามอบตัวของสามคนก็ทำให้เป็นต่อไม่น้อยเลยและเลาะเองก็คงเว่า หลังการมอบตัวแล้วทางจังหวัดได้ดำเนินการกับพวกเขาอย่างไร ทุกคนเป็นมุสลิมได้รับการปฏิบัติอย่างดีแม้ว่าจะมีฉายาว่า “โจรสลัด”สิ่งเหล่านี้กระมังที่ทำให้ท่านข้าหลวงสบายใจและเชื่อว่างานครั้งนี้จะลุล่วงด้วยดีเวลารอคอยผ่านไป ผ่านไปจนกระทั่งประมาณห้าทุ่ม ฝนยังไม่หยุดตก มีเรือลำหนึ่งแล่นตรงมา มีแสงไฟฉายสว่างวาบเป็นจังหวะเหมือนเป็นลัญญาณ




ห่วงยางแฟนซี



วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

อันตรายกับการโหนบาร์ผิดวิธี








แทะฮ่อที่ชราภฏโลกที่พ้นญาณวิสัยคือสิ่งที่ดู่กันกับปริมณฑลที่ปรากฏอยู่ ประกอบด้วยสิ่งที่วางอยู่เหนือขอบข่ายของความประสาทสัมผัสและไม่อาจสัมผัสรู้ภายนอกได้ โหนบาร์ได้ซิกแพค ตัวอย่างเช่น เราไม่มีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของการพ้นคืนซีห หรือธรรมชาติของการให้รางวัลและการลงโทษ หรือรู้ว่าเทวทุต(มะลาอิกะฮ์) นั้นประกอบขึ้นด้วยอะไร หรือคุณลักษณะหรือสารัตถะของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมีแก่นแท้ที่เล็กและเบาบางมาก แต่เพราะมีนอยู่เหนือขอบเขตความรู้ความคิดของเรา และตั้งอยู่นอกกาลเทศะสิ่งที่พ้นญาณวิสัยอาจแยกได้เป็นสองล่วน สัมบูรณ์และสัมพัทธ์ มีเอกลักษณ์บางอย่างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในความรู้สึกสัมบูรณ์ เนื่องจากสิ่งนั้นจะพ้นญาณวิสัยอยู่เสมอจากทุกคนและตลอดเวลา โดยธรรมชาติแล้วอยู่เหนือความรู้สึกด้านนอกของมนุษย์ สารัตถะของพระเจ้าคือตัวอย่างของสิ่งนี้ ในกรณีของสิ่งพ้นญาณวิสัยสัมพัทธ์

สิ่งนี้ประกอบด้วยเอกลักษณ์ที่ปรากฏบางส่วนและพ้นญาณวิสัยบางส่วนทุกสิ่งที่สามารถสัมผัสรู้โดยประสาทสัมผัสหนึ่งในห้าและด้วยวิธีนั้นก็อยู่ในขอบข่ายความรู้สึกสัมผัสรู้ของมนุษย์ ลามารถนับเป็นส่วนหนึ่งของปริมณฑลที่ปรากฏอยู่ สิงนี้นำมาประยุกต์ใช้กับวัตถุและผลกระทบอื่นๆของมันได้ แม้ถ้ามีคำถามของวัตถุอย่างเช่น อะตอม จุลินทรีย์และไวรัส ซึ่งไม่สามารถด้วยตาเปล่าด้ เพราะความเล็กของมัน สายตาของเราไม,สามารถสัมผัสรู้มันได้โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ แต่ทันทีที,มีการขยายนับเป็นล้านเท่าโดยวิธีการของใช้เครื่องมือพิเศษมันก็จะเข้ามาอยู่ในระยะรู้สึกสัมผัสของเราได้ในกรณีคล้ายกัน การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความจริงมากมายเกี่ยวกับโลกนี้ เต็มไปด้วยความสับและความหัศจรรย์ อย่างเช่นแสงเลเซอร์เอกช์เรย์และแรงโน้มถ่วง มิได้เกี่ยวช้องกับโลกที่พ้นญาณวิสัย แม้จะปรากฏว่ามันไม่อาจมองเห็นได้ก็ตาม บาร์โหนติดผนังราคา เนื่องจากมันสามารถรู้สึกสัมผัสได้ด้วยการสังเกตตามธรรมชาติสิ่งนี้ทำให้แสดงให้เห็นว่าความจำกัดของประสาทความรู้สึกของเราแม้ในโลกแห่งธรรมชาติก็ไม่เพียงพอที่พวกเขาจะสัมผัสรู้ทุกสิ่งได้บางครั้งปรากฏว่า พลังประสาทความรู้สึกของสัตว์ต่างๆ มีมายกว่าเราเองนัก พวกมันสามาถมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่ซ่อนจากเราได้หรือสัมผัสรู้โดยมองไม่เห็น ขณะที่เราอนุมานการมีอยู่ของพวกมันจากผลกระทบที่พวกมันกระทำเท่านั้นในกรณีของโลกที่พ้นญาณวิสัยและสิ่งที่อยู่ในนั้น ตั้งอยู่แตกต่างจากปรากฏการณ์ทั้งหมดซึ่งประสาทความรู้สึกเข้าใจได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งไม่สามารถสัมผัสรู้ได้ด้วยประสาทความรู้สึก เราสามารถเข้าใจได้ก็ด้วยข้อพิสูจน์ทางเหตุผลหรือรายงานของผู้ที่มีความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้และสิ่งที่ช่อนอยู่ภายใน ผู้คนลักษณะเช่นนั้นนำทางเราด้วยคำแถลงแห่งสัจธรรมของพวกเขาซึ่งมิฉะนั้นเราจะไม่ตระหนัก นื่คือล่วนหนื่จากคำสอนและความศรัทธาของเราดังนั้น การมีอยู่ที่ไม่สมบูรณ์และมีขีดจำกัดของเรา ถูกกักขังอยู่ในผนัง 

 สี่เหลี่ยมของวัตถุและเราถูกกีดกันจากการสัมผัสรู้ความมหัศจรรย์มากมายในความเป็นจริงแม้ความสามารถของเราที่จะสัมผัสรู้ปรากฏการณ์ในโลกของความรู้สึกก็มีขีดจำกัดและเงื่อนไข ดังนั้นสำหรับเราการมีอยู่มีสองประ๓ทคือปรากฏการณ์และพ้นญาณวิสัยอย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถรู้สึกได้ ที่ถูกซ่อนจากการสัมผัสรู้ของเรานั้น  บาร์โหนราคาถูก ชัดเจนและเป็นที่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งอย่างที่สุดต่อพระผู้อภิบาลแห่งโลกทั้งหลาย พระผู้สร้างซึ่งอำนาจการปกครองและพลังอำนาจของพระองค์โอบรัดทุกอะตอมในจักรวาลและเป็นผู้เข้าใจอย่างลึกซึ้งในความสมบูรณ์แบบของกาลเทศะ ไม,มีอุปสรรคชัดขวางความรู้ที่ไม่จำกัดและพลังอำนาจที่ไม่มีขอบเขตของพระองค์สวรรค์นรกและการพ้นคืนชีพคือจุดที่มองเห็นอย่างกว้างขวางของเราเนื่องจากเกิดขึ้นในระยะห่างไกลระดับหนึ่ง และในตำแหน่งที่ไม่รู้ในอนาคตและธรรมชาติของมันก็ยากเกินกว่าจะเข้าใจได้อย่างแท้จริงทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่จริงสำหรับพระเจ้าพระผู้สร้าง ซึ่งสารัตถะของพระองค์หลุดพ้นจากขอบเขตจำกัดทั้งมวล และความศักดิ”สทธึ๋ของพระองค์ปรากฏแจ้งในทุกส่วนของจักรวาล พระองค์ทรงตระหนักในทุกสิ่งโดยไม่มีการยกเว้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นับพ้นๆ ล้านปีที่ผ่านมาหรือที่จะเกิดขึ้นอีกนับพ้นๆ ล้านปีจากนี้ เป็นที่รู้ดีสำหรับพระเจ้า อย่างไรก็ตามสำหรับเรา ความสามารถที่จะเข้าใจเหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบันมีขอบเขตจำกัดด้วยความจริงที่ว่า เราปรากฏอยู่ในขอบเขตของกาลเทศะ เนื่องจากเราเป็นสี่งมีชีวิตที่มีตัวตน และตามกฎลัมพ้ทธภาพวัตถุต้องการกาลเทศะเพื่อกระบวนการการเปลี่ยนแปลงอย่างคงที่ในสิ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

บาร์โหนสำเร็จรูป

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559

การทำเหล็กโหนบาร์ โดยใช้แนวคิดภาคปฎิบัติ

เคยรู้สึกไหมว่าบางคนเวลาพูดแล้วน่าฟังจัง แต่บางคนเมื่อพูดแล้วน่าเบื่อ อยากจะหนี่ใปให้ไกลๆ ทั้งๆ ที่เขาพูดในหัวข้อเดียวกันแท้ๆทั้งนี้ก็ฃึ้นอยู่กับเทคนิคการพูด   

หรือสไตล์การพูดของแต่ละคนที่จะช่วยทำให้ดูน่าฟังหรือว่าน่าเบื่อนั่นเอง แต่สิงเหล่านี้เราก็สามารถฝึกฝนกันไดไม่ต้องเครียดไปหรอกรู้จักพัฒนาบุคลิกภาพของ[ราเคยรู้สึกไหมว่าบางคนไม่ได้สวยหรือว่าหล่อ บาร์โหนราคา อะไรเท่าไร แต่เขาก็มีอะไรดึงดูดใจเราให้เราอยากคุยด้วย บางทีมากกว่าคนที่สวยหรือหล่อเสียอีก นั่นเป็นเพราะบุคลิกภาพของเราที่ดูดีมีเสน่ห์นั่นเองบุคลิกภาพก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คำพูดคำจาของเราน่าฟังเพราะหากว่าเราหัวยุ่งๆ เดินห่อไหล่ หลังค่อมๆ ดูไม่สง่างาม ในใจของคนอื่นก็อาจจะตัดคะแนนของเราไปแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว บาร์โหนเพิ่มความสูง บุคลิกภาพนั้น รวมทั้งเรื่องการเดินเหิน

กิริยาท่าทาง การแต่งกาย ซึ่งอาจจะไม่ต้องหรูหรา แต่ก็สะอาดสะอ้าน ไม่สกปรก แค่นีก็ทำให้เราดูดีขึ้นมากแล้วเราอย่าไปคิดว่าบุคลิกภาพนั้นไม่สำคัญ ข้างในนั้นสำคัญกว่าแต่อย่าลืมว่าแวบแรกที่เห็นและ เป็นสิ่งที่เห็นได้ง่ายนั้นก็คือลักษณะภายนอกนั่นเอง ดังนั้นบุคลิกภาพก็ยังดงเป็นสิ่งที่สำคัญอยู่นั่นเองนาเสียงชวนฟ็งเรื่องของการพูดนั้น สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ “นํ้าเสียง” ที่ควรจะมีนํ้าเสียงที่นุ่มนวลชวนฟัง ไม่ไปในแนวตะโกนโหวกเหวก หรือว่าไม่ไดิไปในแนวเนิบๆ เสียงโทนเดียวตลอด หรือว่าเสียงที่เบาเกินไปนํ้าเสียงที่ชวนน่าฟังนอกจากจะนุ่มนวล ไม่เสียงดังหรือเบาเกินไปแล้ว ยังต้องมีลูกเล่นเหมือนกับเสียงดนตรี คือมีเสียงสูงตํ่า หนักและเบา เพื่อที่จะได้เน้นในเรื่องที่ควรจะเน้น และปล่อยตามสบายในเรื่องทั่วไปนั่นเอง หากว่าเราอยากจะเป็นคนที่พูดแล้วน่าฟังก็ควรจะสืกการออกเสียงให้ดีด้วยจะเป็นการดียิ้มแย้มแจ่มใสเวลายิ้มนั้นจะน่าดูกว่าหน้าบูดบึ้ง  ดังนั้นคนที่พูดไปยิ้มไป จึงดูน่ามองน่าคุยมากกว่าคนที่ท่าหน้าเฉยๆ หรือท่าหน้าบูดบึ้งตลอดเวลาเวลาพูดก็ยิ้มน้อยๆ เวลาฟังก็อมยิ้ม เวลาเป็นเรื่องขำข้นก็หัวเราะหรือว่ายิ้มกว้างๆ ไปตามเรื่องที่สนทนาอยู่ แค่นี้แหละที่จะช่วยท่าให้เราเป็นคนที่น่าพูดคุยได้มากยิ่งขึ้น

บาร์โหน

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ก่อนจะซื้อบาร์โหน ควรตรวจสอบราคาก่อนที่จะทำการซื้อ จะได้ไม่ผิดหวัง

ด้วย ก็ซื้อแล้วโยนลงน้าให้มัจฉาหลากหลายชนิดที่ลอยหัวแน่นขนัด ฝักใฝ่บริเวณหน้าศาลาผมเองพลอยเอากับเขาด้วยมันทั้งสนุกกับภูมิใจเมื่อเห็นสัตว์น้ำเข้ามาแย่งกันฮุบจนนัวเนีย เนื้อตัวหน้าตาของผู้สูงวัยคนนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นหนังตาสองข้างตี่ย้อยแทบจะติดกันใบหน้ารวมไปถึงคอกับแขน เป็นจํ้า เห็นแล้วเดาเอาว่าไม่โดนไฟ ก็ต้องเป็นน้ากรดแน่แท้ จะเป็นเพราะที่ดูน่าเกลียดหรือโชคไม่เข้าข้างสุดจะสันนิษฐานได้ จึงไม่ค่อยมีคนอุดหนุนแกผมเองยืนมองอยู่พักหนึ่งจึงเดินเข้าไปถาม“ขนมปังถุงละเท่าไหร่”

หญิงพิการเกือบทั่วร่างตอบไม่ชัด เนื่องจากปากคงถูกทำศัลยกรรมจนผิดรูป “สิบห้าค่ะ”จึงควักเงินจากกระเป๋ากางเกงยื่นส่ง ระหว่างโยนให้ปลา ก็คิดว่า คงต้องคุยกับแกถามไถ่ทำไมจึงพิการ เมื่อขนมปังหมดถุง จึงถอยหลังเข้าไปนั่งยังพื้นของศาลา หญิงผู้นั้นยังเดินร้องขายเสียงอู้อี้ แต่หาคนซื้อแทบไม่ได้ เร่เข้ามาจะผ่านหน้าไปอีก จึงยกมือเป็นว่าจะกั้นแล้วบอก“นี่แม่ค้าอยากคุยด้วยยอมเสียเวลาหน่อยได้ไหม”แกหยุดกึก หันเร็ว  บาร์โหนสำเร็จรูป จ้องหน้าคงสงสัย “จะเรื่องอะไรกัน”ผมส่ายตามองตามร่างกายอีกครั้ง คิดว่าไม่น่าเป็นแต่กำเนิด ต้องอุปัตเหตุหรืออะไรสักอย่าง จึงไม่อ้อมค้อมถามไปตรงๆ พร้อมซื้ที่หน้าและแขน“เป็นอะไรหรือครับเนีย”แกก้มมองแขนนิดก่อนตอบ

“ลูกไฟคลอกจ้ะ”
นั่นไงอย่างนึกไว้แล้วเชียวจึงเอ่ยต่อและตบพื้นศาลาสองสามครั้งเบาๆเชิญแก “นั่งก่อนสิ’’ หญิงผู้นั้นลังเลพอเป็นพิธีแล้วหย่อนก้นลง ห่างผมพอสมควร คงคิดไปเองกลัวถูกรังเกียจจึงว่า “เข้ามาใกล้ๆ ก็!ด้”  บาร์โหนติดผนัง หล่อนจึงเขยิบชิดอีกหน่อย เลยเริ่มป้อนคำ “บ้านอยู่ที'มี'หรือ’’ ผู้นั้นล่ายหน้ากับบอก “ไม่หรอก อยู่กรุงเทพฯ จ้ะ คุณละมาจากทีนั่นหรือเปล่า”ก็พยั'ก'หน้าตอ,บ1ไป “ใช่ชอบมาวัดนี้เป็นประจำ สองสามเดือนครั้ง’’ ได้ถามต่อ“ทำไมถึงมาอยู่แถวนี้ล่ะ แล้วอาศัยที่วัดหรือบ้าน”ได้รับคำตอบ “ขออาศัยกุฏิแม่ซีอยู่ด้านหลัง1วัดหลายปี'มาแล้ว’'หล่อนย้อนถาม “ไม่รังเกียจฉันหรือ”ผมหัวร่อ แล้วว่าไม่หรอก“อยากฟังเรื่องราวของคุณนะ เพราะเหตุใดจึงเป็นอย่างนี้เต็มใจจะเล่าให้ฟังไหม”ที่พูดนี่เพื่อจะวิเคราะห์ที่หล่อนพิการทั่วร่าง เพราะสร้างกรรมจากชาตินึหรือเมือตังแต่ครังปางก่อนหญิงขายอาหารปลารู้ภายหลังหล่อนชื่อ วันเพ็ญ จึงขอเรียกเพ็ญแล้วกันลันหน่อย บอก“ทำบาปกับแม่ยู่ให้กำเนิดและคนอื่นไว้มาก”ก็ซักไป เรื่องเป็นอย่างไงหรือ“ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวแม่จึงรักมากทำให้เอาแต่ใจ ” หล่อนเริ่ม“จำได้ตอนนั้นอายุสิบแปด  ติดตั้งบาร์โหน ออกเที่ยวกับเพื่อนตามห้างสรรพสินค้าดูคอนเสิร์ตครั้งละเป็นพัน เงินที่ขอ แม่ยู่,เขามาทั้งนั้น”ผมขัดจังหวะถาม “ขอโทษนะแม่มีอาชีพอะไรถึงมีเงินให้'คุณเที่ยวมากมายขนาดนั้น”


บาร์โหน

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ขั้นตอนการทำบาร์เหล็ก โดยผู้เชี่ยวชาญทางการออกแบบ

เมื่ออายุเต็ม 20 ปี ลูกสาวของคุณแดงก็ท้องกับแฟนหนุ่มซึ่งเป็นลูกคนยากคนจน ที่คุณแดงเห็นว่าไม่คู่ควรกับหนูปักของตน'‘ลูกยังไม่จบมหาวิทยาลัย ลูกจะท้องโตได้ไง"คุณแดงโกรธจนแทบจะบีบคอลูกสาวคนเดียวให้ตายคามือแต่ก็จำใจขับรถพาลูกสาวไปคลินิกทำแท้งเถื่อนที่นอกเมือง ซึ่งขณะนั้นหนูปักตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว!หลังจากรักษาตัวจนแข็งแรงดี หนูปักก็ไปเรียนต่อด้งเดิม แต่เรียนได้อีกเทอมเดียวก็หนิออกจากบ้านไปทั้งๆ ที่จะเรียนจบอยู่แล้ว!คุณแดงนํ้าตาตกทุกวัน เพราะทั้งคิดถึงลูกสาวและทั้งชํ้าใจที่เลี้ยงลูกไม่ได้ดี คุณแดงไปดูแลร้านดอกไม้ที่อยู่ในโรงแรมชั้นหนึ่งด้วยตัวเอง แล้วก็เปิดร้านผ้าไหมอีกที่โรงแรมหนึ่งด้วยเพราะอยากทำงานมากๆ จะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์หนักกับการคิดถึงลูก ซึ่งงานก็ช่วยได้พอสมควรหนูปักหายไปปีเดียวก็โทรกลับมา บาร์โหนสำเร็จรูป บอกว่าแม่ไม่ต้องห่วง หนูสบายดี หนูคิดถึงแม่นะ แล้วก็วางสายไปบางครั้งหายไปอีก 6 เดือนก็โทรมาแต่ไม่พูด สักครู่ก็วางสายเวลาผ่านไป 4 ปีหนูปักกลับมาหาแม่ในสภาพท้องแก่คราวนี้คุณแดงจำใจพาลูกไปฝากครรภ์และทำใจว่าจะต้องเลี้ยงหลานที่กำพร้าพ่อต่อไปหนูปักคลอดลูกสาวในขณะที่ธุรกิจของคุณแดงเริ่มมีปัญหาคุณแดงจ้างพี่เลี้ยงเด็กถึง 2 คนมาช่วยเลี้ยงหลาน อีก 5 เดือนต่อมาก็ต้องปิดร้านผ้าไหม ร้านดอกไม้ก็กิจการเริ่มทรุด ชีวิตมีเรื่องมีราววุ่นๆ ตลอด จะทำอะไรก็มีอุปสรรคปัญหาเสมอๆพอลูกครบ า ขวบหนูป็กก็หนีออกจากบ้าน บาร์โหนติดผนัง ไปอีกคราวนี้คุณแดงได้ข่าวจากเพื่อนว่าลูกสาวไปมีแพ่นฝรั่งอยู่ที่แอลเอ คุณแดงพยายามติดต่อเพื่อนให้ช่วยหาที่อยู่ของลูกสาวให้ได้คุณแดงต้องปิดร้านดอกไม้ และต้องขายรถเบนซ์เอาเงินใช้หนี้แบงก์ ตัวเองเปลี่ยนมา'ขับ'รถญี่ปุน และต้องทำตัวเป็นแม่ของเด็กผู้หญิงวัย 4 ขวบในขณะที่ตัวเองอายุ 48 แล้วปีต่อมาหนูปักกลับมาพร้อมกับแพ่นฝรั่งคนใหม่ หนูปักในวัย30 ปีดูสดใสและมีอารมณ์มั่นคงมากขึ้น เธอบอกกับแม่ว่า “หนูเจอรุ่นพีคนหนึ่งทื่อเมริกาค่ะแฝ เขาว่าถ้าเราทำแท้งน่ะ เจะบาปมากทั้งตัวหนูและแม่ด้วย มิน่าทำใมหนูถึงต้องไประหกระเหินตกระกำลำบากมาตลอด 10 ปีเต็มๆ แม่ไม่รู้หรอกว่าหนูไปเจอะเจออะไรมาบ้าง แม่เองก็จับทำอะไรเป็นพลาดหมดไมใช่หรือคะ พี่เขาแนะนำให้ทำบุญ หนูก็ตระเวนทำบุญอย่างหนัก ทั้งสังฆทานและไถ่ชีวิตโค-กระบือ ชื้อปลาซื้อหอยไปปล่อย หนูทำอยู่ 3 ปีเต็มๆ นะแม่ทุกอย่างถึงดีขึ้น ทำอะไรก็สำเร็จรารื่น ไม่มีอะไรมาปีดๆ กั้นๆ อีกเลย"คุณแดงลองทำอย่างที่ลูกสาวแนะนำ ทำบุญอย่างต่อเนื่องนาน 1 ปีชีวิตก็เริ่มสดใสขึ้น

ปีต่อมาคุณแดงก็ไปอยู่กับหนูบุกและแฟนทีอเมริกา บาร์โหนเพิ่มกล้าม ไปเปิดร้านอาหารไทยและร้านดอกไม้ มีชีวิตที่สุขสบายตามสมควร    และคุณแดงก็ยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดงานบุญที่วัดไทยในแอลเออยู่เสมอๆ ไม่เคยขาดนายจิตรเคยมีอาชีพช้บรถกระบะส่งงานไม้จากอำนาอหนึ่งไปสู่อีกอำเภอและอีกจังหวัดหนึ่ง    ครั้งหนึ่งเขาดื่มเหล้าก่อนจะไปส่งของที่น่าน นั่งดื่มเพลินจนเกือบตีหนึ่งจึงรีบออกรถเพื่อให้ถึงน่านตอนรุ่งเช้าพอดีด้วยความมึนเมาเล็กน้อย นายจิตรจึงขับรถเร็วมาก เด็กที่ติดรถมาด้วยก็เมาหลับไปแล้ว พอรถออกจากตัวจังหวัดไป!ด็ไม่นานก็ถึงทางแยกใหญ่ นายจิตรเห็นแล้วว้าเป็นสัญญาณไฟแดง แต่เห็นว้าถนนว่างอยู่จึงรีบเหยียบคันเร่งจนจมมิดแต่เมื่อฝ่าไฟแดงได้ก็เพิ่งเห็นมอเตอร!ชค์คันหนึ่งบึ่งมาทางขวามือ!นายจิตรเบรกไม่ทัน รถกระบะพุ่งเข้าชนรถมอเตอร์ไซด์อย่างจัง!รถมอเตอร์!ชด์กระเด็นลอยไ!]!กล รถกระบะขนไม้ก็เสียหลักพุ่งไปชนกับเสาไฟฟ้าข้างทางจนพังยับเด็กหนุ่มที่ติดรถมาด้วยเสียชีวิตคาที่!นายจิตรไม่มืเวลาวิ่งไปดูรถมอเตอร!ชด์ เพราะจากที่พยายามมองดูในกระบะไกลออกไปหลายสิบเมตรก็พอจะเดาได้ว่าคงไม่รอดนายจิตรได้รับบาดเจ็บที่อกและเท้า    แต่ก็พยายามลืมความเจ็บแล้วเผ่นหนีไปโดยข้ามตัดทุ่งนากว้างไปออกยังอีกถนนหนึ่งแล้วโบกรถหนีกลับย้อนลงมา แล้วโบกรถต่อไปทางอีสานเขาอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์พบว่าคนขับรถมอเตอร์!ชค์นั้นเป็นเด็กอายุ า8 ปี ที่กำลังขับรถไปดูฟอที่ปวยหนักอยู่ที่ ขายบาร์โหนทุกชนิด โรงพยาบาลเด็กคนนั้นตายคาที่!นายจิตรหนีลงใต้เพราะกลัวถูกตามจับ เนื่องจากเถ้าแก่ของตนมืสำเนาบัตรประชาชนและรู้จักพ่อแม่ของตนด้วยเขาหนึ่!ปบวชอยู่ที่วัดปา แต่ทว่าคืนแล้วคืนเล่าที่ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก เพราะฝืนเห็นแต่วิญญาณของเด็กผู้ชายที่มาปรากฏในร่างชุ่มโชกเลือดบางคืนตื่นมายังเห็นวิญญาณเด็กผู้ชายยืนอยู่ที่ปลายเตียงด้วยชํ้า!นายจิตรบวชอยู่ 3 ปีก็สึกแล้วไปได้งานขับรถให้รีสอร์ตแห่ง หนึ่ง มีหน้าที่ขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวจากโรงแรมและรีสอร์ต ทำงานอย่างมีความสุขนาน 4 ปีจนนายจิตรคิดว่าคงจะหมดกรรมหมดเวรเพราะได้บวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายแล้ววันหนึ่งนายใช้ให้นายจิตรไปทำธุระที่จังหวัดใกล้เคียง เขาออกรถประมาณเที่ยงคืนกว่าๆขณะขับรถไปคนเดียวก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเหตุการณ์ร้ายในอดีตแต่นายจิตรก็ปลอบใจตัวเองว่าตนขับรถไม่เร็ว โลหะทรานซิชันหมู่ 8 และไม่ได้ดื่มเหล้าด้วยแต่ขณะขับไปถึงทางโค้งแห่งหนึ่ง นายจิตรก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นรถมอเตอร์ไชค์คันหนึ่งวิ่งพุ่งเข้ามาหาอย่างเร็วนา ยจิตรจึงหักรถหลบไปทางขวาอ ย่าง เร็วทันที!รถกระแทกกับตีนเขาอย่างจัง!ที่ มาฟืนอีกทีที่โรงพยาบาลก็พบว่าตัวเองขาหักข้างหนึ่ง!แต่ถ้าเขาตัดสินใจหักหลบไปทางซ้ายก็ต้องตกหน้าผาตายแน่!รถสิบล้อที่ตามมาในระยะเวลาไล่เสี่ยกันบอกกับตำรวจว่าเห็นรถปีกอัพข้างหน้าหักเข้าชนเชิงเขาริมทางเอง! ซึ่งเขาก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน!ตำรวจทางหลวงเองก็ไม่เห็นร่องรอยรถคันใดในบริเวณนั้นอีกซึ่งถ้ามีการเฉี่ยวชนกันจริงก็ต้องมีร่องรอยอย่างแน่นอนแต่นายจิตรก็ไม่กล้าโต้เถียงใครๆ มากนัก เพราะเขารู้ตัวดี'ว่ารถมอเตอร์ไชค์ที่พุ่งเข้าชนเขานั้นคือใครนายจิตรเสียขาไปข้างหนึ่ง เขาขับรถไม่ได้อีก แต่เจ้านายก็ใจดีให้งานแผนกชักรีดผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนแก่เขา

บาร์โหนสนามเด็กเล่น

เราสามารถยับยั้งกิเลสในตนเองได้ ด้วยการปล่อยวาง ตอนที่ 1


                                 





มนุษย์ทุกคนเกิดมาไม่ว่ายากจนผู้ดีไพร่ ล้วนต้องกระทำบาปทุกคนเพียงแต่มากน้อยต่างกัน ที่เป็นดังนี้น่าจะมาจากกิเลสของความชั่วร้าย ไม'ใช้ชีวิตด้วยความพอเพียง ได้เท่านี้ก็ยากให้มากขึ้นจึงเกิดการทำสิ,งที่ไม,ถูกไม่ควรอาจโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม และที่สุดต้องชดใช้หนี้กรรมด้วยกันทั้งนั้นอย่างเช่นคุณยายมลฤดีวัยเจ็ดสิบต้นๆ ตาข้างซ้ายบอดเห็นแผลเป็นชัดเจน เป็นชาวอีสานแต่กำเนิดน่าจะมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต เพราะมีทุกอย่างแล้วในการดำรงชีพ บ้าน รถ เงินในธนาคารหลายล้าน ถ้าไม่ทะเยอทะยานคงไม่ต้องไปอาศัยเพิงพักชายคลองใต้สะพาน กันแดดบังฝน แกเล่าว่าตั้งแต่เด็กไม่เคยลำบาก แม้พ่อแม่เป็นชาวนาแต่อยากให้ลูกสาวมีความรู้ ด้วยจนใจที่ไม่มีเงินพอจะส่งเสียเหมือนลูกเศรษฐีทั้งหลาย บาร์โหนติดผนัง จึงได้นำมลฤดีไปฝากเข้าโรงเรียนของฝรั่งที่เรียกกันว่า พวกแพร่แผ่ศาลนาในตัวเมืองตั้งแต่ชั้นอนุบาล ซึ่งผู้ให้ความอุปถัมภ์มีข้อแม้ว่าต้องเปลี่ยนจากศาสนาพุทธเป็นครสต์ส.กระเซ้าเพ็ชร

นายเปลี่ยน นางทุเรียนเนื้อเยื่อผู้เป็นบุพการีเห็นว่า ไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใดเพราะปรึกษากันแล้ว ทุกศาสนาล้วนสอนให้เป็นคนดีด้วยกันทั้งนั้น นอกจากได้เรียนฟรี ยังน่าจะเพิ่มทักษะทางด้านภาษาฝรั่ง และก็เป็นไปตามคาด ยายมลฤดีขณะนั้นยังเป็นนางสาวเรียนเก่งจบจนถึงขั้นปริญญาตรี ได้ออกมายึดอาชีพแม่พิมพ์ของชาติในกรุงเทพฯ ด้วยเธอแตกฉานด้านภาษา บาร์โหนราคา นอกจากทำงานประจำ ยังรับสอนหนังสือพิเศษในวันเสาร์อาทิตยํให้กับเด็กทั่วไปรายได้รวมแล้วตกเดือนละห้าหกหมื่นบ้านเกิดที่อยู่มาแต่เล็กแต่น้อย ครั้นรั่ารวยไม่เหยียบย่างกลับไปหาพ่อแม่ นอกเสียจากทั้งสองทนคิดถึงไม่ไหวจำต้องอาศัยนั่งรถประจำทางมาเยี่ยม กลับได้รับการต้อนรับจากลูกสาวไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะเธอไม่ต้องการให้คนรอบข้างเกำพืดเดิม ด้วยที่มีนิลัยทะเยอทะยาน ทำให้มลฤดีเลือกคบเฉพาะชนขั้นสูง หรือที่นิยมเรียกกัน พวกบรรดาไฮโซ และแน่เหลือเกินค่าใช้จ่ายย่อมต้องสูงจากการฟ้งเฟ้อ เสื้อผ้าที่สวมใส่ราคาแพงลิ่ว ยี่ห้อต้องของแบรนด์เนมทั้งนั้น รถที่เคยใช้อยู่ราคาไม่สมฐานะเปลี่ยนใหม่เป็นสองสามล้านขึ้น เมื่อรายได้กับรายจ่ายไม่สมดุล จึงต้องกู้เงินนอกระบบมาเสริมนานวันเข้าจึงเป็นหนี้มากมาย ทั้งที่ทำงานและบ้านจนหมดปัญญาหามาใช้ได้ทัน ในที่สุดเจ้าหนี้ตามรังควานทำให้เธอต้องหายหน้าจากโรงเรียนที่สอนโดยไม่ได้ลา โหนบาร์เพิ่มกล้าม ในที่สุดหลวงคงทนคอยไม่ไหวเลยคัดชื่อออกจากสารบบมลฤดีไม่หยุดแค่นั้น จึงหาทางด้วยการหลอกลวง จากผู้ปกครองที่นำลูกหลานมารับการสอนพิเศษ เนื่องจากเธอเประว้ติของท่านเหล่านี้ดี ใครมีฐานะความเป็นอยู่อย่างไร และด้วยหน้าตา รูปร่างที่เตะตาเพศตรงข้าม จึงมีไม่น้อยอยากสัมผัสใกล้ชิดกับมลฤดี และคุณระดม นักธุรกิจเล็กๆ แต่มีเงินไม่แพ้ระดับเศรษฐี พ่อม่ายลูกติดเป็นคนหนึ่งซึ่งพามาให้เธอสอนพิเศษ และพบกันหลายครั้งจากงานเลี้ยงต่างๆ ต้องชะตาในตัวเธอ กรอปกับอยากให้ลูกสาวซึ่งอายุเพิ่งเพียงสามขวบมีแม่อย่างเด็กอื่น จึงเพียรพยายามหาโอกาสบอกรกกบมลฤด

จนวันหนึ่งมีงานแต่งลูกสาวเพื่อนทั้งเขาและเธอ โหนบาร์ลดหน้าท้อง ได้รับเชิญไปในงานยังโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เมื่อมีโอกาสนั่งโต๊ะเดียวกัน ระดมเอ่ยขึ้นก่อนอย่างสุภาพ“จะรังเกียจไหม งานเลิกแล้วอยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวที่ร้านอาหารสักแห่ง”

บาร์โหน